ภาวนาทองเล็นเพื่อผู้ประสบภัยในประเทศพม่า

"ยอมให้โลกเข้ามาสะกิดหัวใจโดยไม่ขัดขืน"
ภาวนาทองเล็นเพื่อผู้ประสบภัยในประเทศพม่า
โดย วิจักขณ์ พานิช


 
การภาวนาทองเล็น เป็นการฝึกร่วมรับรู้ความทุกข์ด้วยหัวใจที่เปราะบาง อีกทั้งยังเป็นการฝึกการวางใจในความรักและความปรารถนาดีอย่างไม่มีเงื่อนไข ทองเล็นมาจากภาษาทิเบต แปลว่า "การรับและการให้"

เทคนิคทั้งสี่ขั้นของทองเล็นจริงๆแล้วเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติของการรับรู้ที่เปิดกว้างของจิตใจ การทำทองเล็นสามารถทำให้กับผู้ที่กำลังประสบทุกข์ภัย หรือผู้ที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
อีกทั้งยังสามารถทำได้กับคนใกล้ชิดที่เรามีความขัดแย้ง บ้างก็ว่าสามารถทำให้กับตนเองได้อีกด้วย
 
ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากของผู้ประสบภัยธรรมชาติในประเทศพม่า คนไทยทุกคนน่าจะร่วมรับรู้ความโศกเศร้าและส่งใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาดีไปยังเพื่อนบ้านของเรา ด้วยความหวังเล็กๆที่ว่า
พลังใจจากหัวใจที่เต็มเปี่ยมจะถูกสัมผัสได้โดยเพื่อนผู้ทุกข์ยากเหล่านั้นไม่มากก็น้อย
 
ขั้นแรก: เปิดมณฑลแห่งการตื่นรู้และปลุกเร้าโพธิจิต (ประมาณ ๑๕ นาที)
เริ่มด้วยการนั่งในท่าที่ผ่อนคลาย เดินลมหายใจเข้าออกให้เป็นปกติ รับรู้ถึงภาวะที่เกิดขึ้นในร่างกาย
ผ่อนคลายความเกร็งตามลมแห่งความสดใหม่ที่แผ่เข้าไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ใช้เวลากับการนั่งในภาวะที่เป็นปกติไปสักพักจนร่างกายรู้สึกถึงมณฑลแห่งการตื่นรู้ที่ปรากฏขึ้นในเนื้อในตัวของเรา ที่สามารถขยายออกไปได้อย่างไร้ขอบเขต จากนั้นจึงปลุกเร้าโพธิจิต ด้วยการรู้สึกถึงพื้นที่แห่งการรับรู้ภายใน อันเป็นบ่อเกิดของความรัก ความปรารถนาดี ความยินดี และความไว้วางใจ
 
ขั้นสอง: รับควันดำ ปล่อยควันบริสุทธิ์ (ประมาณ ๕ นาที)
ให้จินตนาการว่าเรากำลังดึงเอาควันดำเข้าสู่มณฑลที่เราเปิดขึ้น เป็นควันแห่งความอึดอัดขัดข้อง ความทุกข์ ความโศกเศร้าเป็นควันแห่งการสูญเสีย ความหมกมุ่นฟุ้งซ่าน อาจจินตนาการเป็นเมฆหมอกสีหม่นดำ หรือท้องฟ้าที่มืดมิด ให้เราหายใจเข้าเป็นควันดำ ปล่อยให้มันเข้าสู่มณฑลแห่งการตื่นรู้ภายใน จากนั้นหายใจออกให้ปล่อยควันบริสุทธิ์ เป็นพลังแห่งการตื่นรู้ พื้นที่การรับรู้ที่เปิดกว้างและสดใหม่ที่ออกมาจากหัวใจอันเปราะบางของนักรบ ให้ทำไปเรื่อยๆ หายใจเข้ารับรู้ถึงความรู้สึกของควันดำ หายใจออกรับรู้ถึงภาวะเปิดกว้าง พลังความรู้สึกที่บริสุทธิ์ไม่มีเงื่อนไข
 
ขั้นสาม: บททดสอบกับสถานการณ์จริง (ประมาณ ๕ ถึง ๑๐ นาที)
ให้นึกถึงภาพเหตุการณ์ในประเทศพม่า อาจจะเอาใช้ภาพถ่ายจากหนังสือพิมพ์ที่ทำให้เรารู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างทันทีทันใด ใช้หัวใจสัมผัสความโศกเศร้า การพลัดพราก ความสูญเสีย ความตายที่เกิดขึ้น นึกถึงเสียงสะอื้นไห้ สายน้ำตาที่แทบเป็นหนึ่งเดียวกับสายเลือด ซากปรักหักพังของบ้านเรือน ความมืดหม่นของจิตวิญญาณผู้คน ความสิ้นหวังท้อแท้  ใช้เวลาจินตนาการภาพเหตุการณ์จนปรากฏขึ้นในใจอย่างเด่นชัด

จากนั้นให้ใช้การฝึกในขั้นที่สองมาสู่ขั้นที่สาม คือให้เราหายใจเข้ารับรู้ความรู้สึกของผู้ประสบภัยในประเทศพม่า ให้สายลมพัดพาเอาความโศกเศร้าของพวกเขาให้เข้ามาสะกิดหัวใจของเราโดยไม่ขัดขืน เปิดมณฑลแห่งการรับรู้ด้วยใจให้กว้างแล้วร่วมรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น โดยปล่อยให้มันค่อยๆเข้ามาสัมผัสหัวใจเราอย่างอ่อนโยน ทีละนิดๆอย่างแผ่วเบา จากนั้นจึงหายใจออกเป็นลมหายใจแห่งความรักและความปรารถนาดี เป็นความจริงใจในการร่วมรับรู้
เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างอย่างไม่ตัดสิน ปราศจากความสงสาร ความสมเพช ความกังวลใจ หรือความกลัว

ในขั้นที่สาม ขอให้ใช้ความอ่อนโยนของความรู้สึก หายใจเข้าปล่อยให้สายลมพัดพาความรู้สึกของผู้คนเข้ามาสู่หัวใจเรา และหายใจออกเป็นสายลมของความสดใหม่ ที่พัดพาเอาความรักและความปรารถนาดีจากมณฑลแห่งการตื่นรู้อันไพศาลอย่าใช้การขืนบังคับหรือความพยายามมากจนเกินไป
 
ขั้นสี่: สลัดคืนเทคนิคและกลับสู่มณฑลแห่งการตื่นรู้ (๑๕ นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย)
 
สลัดคืนเทคนิค แล้วกลับสู่ภาวะของความเป็นปกติในมณฑลแห่งการตื่นรู้ในร่างกาย ผ่อนคลายร่างกาย หากรับรู้ถึงความเครียด ความจริงจังและอาการเกร็งในส่วนใดของร่างกาย ให้ดึงลมหายใจเข้าไปเปิดพื้นที่ของการรับรู้ให้ขยายออก จากนั้นจึงปล่อย คลาย หายใจเข้าออกให้ทั่วท้องเป็นปกติ กลับสู่กระบวนการของการนั่งสบายๆดำรงอยู่ในมณฑลของการตื่นรู้ในเนื้อในตัว

http://vichak.blogspot.com/

จะทำอย่างไร กับวิกฤตการเมืองวันนี้ (ช่วงที่๑) - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

จะทำอย่างไร กับวิกฤตการเมืองวันนี้ (ช่วงที่๒) - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

จะทำอย่างไร กับวิกฤตการเมืองวันนี้ (เทศนาเพิ่มวันเสาร์ 13/09/08) - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)