|
ตอนแรกจดหมายข่าวฉบับนี้จะว่าด้วยเรื่องโลกร้อนและการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่จากที่โลกร้อนมาก มากเสียจน เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วันจากนั้น พายุไซโคลนนาร์กีสได้ถล่มพม่า เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่จีน และเมืองไทยร้อนระอุด้วยไฟการเมือง
เราจึงหันไปคุยตรงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น มองเขาอย่างที่เขาอยู่ตรงนั้นจริงๆ เราอาจกำลังเห็นว่าโลกกำลังร้องไห้อยู่ ผู้คนจำนวนมากกำลังเจ็บและตาย คนจำนวนหนึ่งตักตวงผลประโยชน์จากสิ่งนี้ หลายคนตั้งใจช่วยเหลือด้วยจิตอาสาเหลือประมาณ และอีกหลายคนมองไม่เห็นเรื่องราวใดๆ เพราะใจมันร้อน นั่งเก้าอี้ไม่ติด
เมื่อกลับมามองอีกครั้งที่เรากำลังเจ็บเจียนแย่อย่างนี้ เป็นเพราะเราเองที่ได้ทำอะไรๆ ไว้มากมาย ต้นไม้ ท้องฟ้า ป่า สรรพสัตว์ ต้นหญ้า ค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยเครื่องยนต์และควันพิษ เราทะเลาะกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่พอ เราบาดหมาง ทำสงคราม และเอาเปรียบกับมนุษย์ด้วยกันเองอีกมาก จากผลการกระทำจากบรรพบุรุษของเราซึ่งสืบทอดมายาวนาน ผลจากการกระทำของตัวเราเอง ผลจากสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนไปทุกวัน นำมาสู่ตัวเราในวันนี้ นำมาสู่โลกที่เป็นไปในวันนี้ นำมาสู่อากาศที่เราสูดดมอยู่ขณะนี้
อาจดูอยู่ในภาวะที่ยากลำบากที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ฉันกลับคิดถึงบทสัมภาษณ์ของท่านเชอเกียม ตรุงปะที่พูดว่า “สิ่งต่างๆ ดูจะชัดเจนขึ้นเมื่อคุณจนมุม” แม้ว่าท่านจะพูดถึงการภาวนา แต่ในภาวะเช่นนี้ ก็ไม่ต่างกัน
มันจะชัดเจนขึ้นมาก เมื่อคุณเห็นว่ามันไม่มีทางอื่นใดแล้ว คุณอาจจะเริ่มจาก นั่งอยู่บนเก้าอี้ตามลมหายใจซักพัก, ปลูกดอกไม้ดอกเล็กๆ ให้โลกใบนี้, ลดการใช้เครื่องยนต์, ทานมังสวิรัติ, ประสานความบาดหมางกับคนที่เรารักจนถึงคนที่เราชัง, ไม่เต้นไปตามเปลวไฟการเมือง, นั่งสมาธิภาวนาให้คนพม่า, บริจาคเงินและสิ่งของให้ผู้ประสบภัย, ทำงานอาสาสมัครเพื่อลองให้ตัวเองได้ให้คนอื่น และอีกมากมายที่คุณทำได้
เมื่อไม่มีทางอื่นแล้ว แม้มันจะยาก แต่ก็คุ้มค่าที่ได้ทำ ไม่ใช่หรือค่ะ :)
บรรณาธิการแจ่มจิต
volunteerspirit@gmail.com
** ขอเชิญร่วมภาวนาทองเล็นเพื่อคนพม่า กับ คุณวิจักขณ์ พานิช ทั้งนี้กองบรรณาธิการแจ่มจิตขอขอบคุณนักเขียนอาสาสมัคร คุณวิจักขณ์ พานิช มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
อัพเดทข่าว
> www.siamvolunteer.com
> สรุปสถานการณ์พม่า 24 – 30 พ.ค. 2551 จากประชาไท
> ชาวไทย-พม่าในเชียงใหม่ร่วมส่งแรงใจ ‘เพื่อเพื่อนพม่า’
> คอนเสิร์ต "ศิลปะดนตรี เพื่อเพื่อนมนุษย์" 4 มิถุนายน
|