เยาวชนมีทั้งทางบวกและทางลบ แนะให้ใช้วิธีสร้างสรรค์
สสส. 18 ก.ย.- เปิดเวทีเยาวชนยอมรับมีทั้งเยาวชนที่เป็นตัวป่วนในทางบวกและลบ แนะใช้ในทางสร้างสรรค์เพื่อเป็นจุดเปลี่ยนสังคมไทย ขณะที่องค์กรเอกชน ยอมรับต้องปรับตัวในการสร้างกิจกรรมเพื่อดึงดูดความสนใจของเยาวชนยุคใหม่ ที่เป็นตัวป่วนเปลี่ยนแปลงสังคมไทย
โครงการสื่อสารสร้างสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาเรื่อง “เยาวชน ตัวป่วนหรือจุดเปลี่ยนสังคมไทย” เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ วันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา โดยผู้ร่วมเสวนาเป็นเยาวชนที่เป็นนักกิจกรรม เช่น นายวงศกร สุพรรณพงศ์ จากวงอาจารย์เบียร์นะจ๊ะๆ ที่ชนะเลิศการประกวดจากโครงการดนตรีกวี คีตา สสส.,น.ส.สุวัสสา เสริมศิลป์ ตัวแทนเยาวชนจากโครงการยุวโพธิชน มูลนิธิเด็ก และนายคะทาวุธ แวงชัยภูมิ จากบางกอกฟอรั่ม ผู้คิดโครงการให้เด็กได้พัฒนาจิตอาสา เช่น โครงการล่องคลอง ชมสวน และเก็บขยะ
น.ส.สุวัสสา กล่าวว่า เริ่มทำกิจกรรมตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลาย กิจกรรมที่ทำให้ได้ปรับเปลี่ยนนิสัย คือการออกค่ายเยาวชนไป 20 วัน ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้แลกเปลี่ยนความคิด จากเดิมเป็นคนที่คิดเอาแต่ใจตัวเอง ก็ฟังคนอื่นมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังมีเยาวชนกลุ่มเดิม ๆ ที่จะทำกิจกรรม ยังมีอีกมากไม่ได้มีส่วนร่วม อยากให้ลองเลือกกิจกรรมที่เป็นตัวเองหรือมีประโยชน์กับตัวเอง แทนที่จะไปร่วมกับสิ่งที่ไม่ดี
“ในฐานะเยาวชน ทุกคนมีจุดป่วนในตัวเอง แต่ถ้ามีพื้นที่ อาจจะเปลี่ยนความป่วนของตัวเองให้เป็นจุดที่สร้างสรรค์ได้ และอาจมองได้ว่าการออกมาป่วนอาจจะเรียกร้องอะไรบางอย่างหรือเปล่า ถ้าเปลี่ยนได้ก็จะกลายเป็นการสร้างสรรค์สังคมได้” น.ส.สุวัสสา กล่าว
ทาง ด้านนายวงศกร กล่าวว่า เคยมีช่วงห้าวของวัยรุ่น ไม่ค่อยฟังแม่ เลยรู้สึกไม่ดี หันมาทำกิจกรรมที่ดีด้านดนตรี ทั้งนี้ เยาวชนจะป่วนหรือไม่ป่วน มีทั้งป่วนในทางที่ดีและไม่ดี เช่น ป่วนรถแว้น ป่วนยาเสพติด สร้างภาระให้สังคม แต่ถ้าป่วนในทางที่ดี สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ก็น่าจะป่วน
ขณะที่นายคะทาวุธ กล่าวว่า ทำงานกับเยาวชนมานานกว่า 10 ปี แรกเริ่มเป็นเรื่องสนุกมีความสุข รู้ว่าคิดหรืออยากทำอะไร แต่ปัจจุบันโลกและสังคมเปลี่ยนไป แนวคิดของเยาวชนจึงเปลี่ยนตามไป การทำงานจึงเป็นเรื่องยากขึ้น ต้องปรับ โดยได้ทำกิจกรรมที่นำเรื่องการท่องเที่ยวมาเป็นตัวนำ คือ“ล่องคลอง ชมสวน ที่คลองลัดมะยม” ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากนักศึกษาสมัครเป็นอาสาสมัครกับโครงการจำนวนมาก แต่หลายคนมาเพราะเป็นงานของมหาวิทยาลัยจบแล้วได้ประกาศรับรอง แต่ไม่ว่าจะมาแบบไหน ก็เป็นสิ่งดี เพราะหลายคนไม่เคยเอามือแตะน้ำคลำ ไม่เคยเห็นคลอง ก็ทำให้ได้ประสบการณ์จริง ถึงขนาดว่า การมาที่แห่งนี้เหมือนได้กลับบ้าน
“เป็นตัวป่วนที่จะเปลี่ยนแปลง สังคมมากกว่า แต่พื้นที่ให้กลุ่มนี้ยังน้อย แต่ผู้ใหญ่ก็เริ่มเห็นความสำคัญ มีหลายโครงการที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ขณะเดียวกันก็อยากให้มองเยาวชนที่อยู่รอบนอกกรุงเทพฯ ได้มีพื้นที่ด้วย” นายคะทาวุธ กล่าว.-สำนักข่าวไทย
ที่มา : MCOT

แสดงความคิดเห็น